Shock wave กายภาพบำบัดด้วยคลื่นกระแทก ดีอย่างไร เหมาะกับใครบ้าง


หลายคนคงประสบปัญหาอากาารปวดจากก้อนแข็งเกร็ง บริเวณต้นคอ บ่า ไหล่ และปวดส้นเท้าจากรองช้ำ ไปนวดแล้วก้อนแข็งนั้นก็ยังคงอยู่ ทำให้มีอาการปวดรบกวนอยู่เรื่อยๆ จากปัญหาก้อนกล้ามเนื้อนั้นเกิดจากการอักเสบเรื้อรังทำให้เกิดผังพืดที่หนาตัวขึ้น การรักษากายภาพบำบัดมีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงในการรักษาอาการเรื้อรังนี้ คือคลื่นกระแทก (Shock wave therapy)

กายภาพบำบัดด้วยคลื่นกระแทก (Shock wave) เป็นการรักษาที่กระทำได้โดยแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดเท่านั้น สามารถใช้เครื่อมือนี้ช่วยในการรักษากลุ่มอาการออฟฟิคซินโดรม และอาการปวดเรื้อรังต่างๆ ได้เป็นอย่างดี


การรักษาด้วย เครื่องช็อคเวฟ หรือคลื่นกระแทก (Shock wave) คืออะไร

หลักการทำงานของเครื่องช็อคเวฟคือ คลื่นกระแทกเกิดจากแรงอัดอากาศปริมาณสูง โดยคลื่นจะเคลื่อนตัวด้วยความเร็วเหนือเสียงทำให้เกิดพลังกดอัดที่มีลักษณะเฉพาะ เข้าไปในบริเวณที่มีก้อนกล้ามเนื้อและผังพืดที่แข็งเกร็ง กระตุ้นให้กล้ามเนื้อและผังพืดเกิดการบาดเจ็บใหม่ (Re-injury) ในบริเวณนั้น ทำให้เซลล์กล้ามเนื้อและสารอาหารที่จำเป็นกับร่างกายเกิดกระบวนการซ่อมสร้างเนื้อเยื่อใหม่(Re-healing)ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบเซลล์จึงส่งผลทำให้ช่วยลดปวดได้ โดยการลดปริมาณสารสื่อประสาทที่ส่งสัญญาณปวดและกระตุ้นให้หลั่งสารลดปวดเร็วขึ้น จึงทำให้เห็นผลได้ทันทีหลังการรักษา


กายภาพบำบัดด้วย Shock wave รักษาอาการใดได้บ้าง

อาการที่ควรได้รับการรักษาด้วยเครื่อง Shock wave

  1. เส้นเอ็นอักเสบ เช่น เอ็นข้อศอกอักเสบ(Tennis elbow), เอ็นหัวไหล่อักเสบ(Shoulder tendinitis) เอ็นร้อยหวายอักเสบ เอ็นฝ่าเท้าอักเสบหรือรองช้ำ(Plantar fasciitis), ปลอกหุ้มเส้นเอ็นข้อมืออักเสบ(De-Quervain’s) เส้นเอ็นหัวไหล่อักเสบจากหินปูนเกาะ(Tendon calcification)

  2. กล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง เช่น ปวดคอเรื้อรัง ปวดบ่าเรื้อรัง ปวดหลังเรื้อรัง ออฟฟิศซินโดรม(Office syndrome) อาการปวดกล้ามเนื้อและเยื่อพังผืด( Myofascial pain syndrome)

  3. อื่นๆ ได้แก่ พังผืดกดทับเส้นประสาทข้อมือ(Carpal tunnel syndrome) ข้อเสื่อมอักเสบ (Osteoarthritis), นิ้วล็อค(Trigger finger) ข้อไหล่ติดจากเยื่อหุ้มข้ออักเสบ(Capsulitis)

ข้อดี จุดเด่น ของการรักษาด้วยคลื่นกระแทก Shock wave

Shock wave จะส่งพลังงานผ่านชั้นผิวหนังลงไปถึงบริเวณเอ็นและกล้ามเนื้อได้ลึกประมาณ 3-4 เซนติเมตร เมื่อผ่านเข้าไปในเนื้อเยื่อส่งผลให้เกิดผลทางชีวภาพในเนื้อเยื่อ (Biological effects) ได้แก่


  • กระตุ้นให้เกิดการสร้างหลอดเลือดใหม่

  • กระตุ้นการซ่อมแซมเซลล์เนื้อเยื่อของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น

  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และยับยั้งกระบวนการอักเสบ ส่งผลให้ลดอาการปวดกล้ามเนื้อ และจุดกดเจ็บเกิดการผ่อนคลาย

  • กระตุ้นการไหลเวียนเลือด

  • ช่วยสลายหินปูนในเส้นเอ็น

  • เพิ่มและเร่งกระบวนการซ่อมแซมของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น โดยเกิดการกระตุ้นการอักเสบใหม่ในผู้ป่วยที่มีภาวะปวดเรื้อรัง

ข้อห้าม ข้อควรระวังในการกายภาพด้วย Shock wave

ข้อห้าม

  1. ผู้ที่สงสัยว่ามีการตั้งครรภ์

  2. ไม่ควรใช้ในเด็ก

  3. ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคผิวหนัง

  4. ผู้ป่วยที่ผิวหนังมีบาดแผล

  5. ห้ามทำในผู้ป่วยที่ใส่peacemaker

  6. ห้ามใช้ในบริเวณที่มีเส้นเลือดขอดหรือเส้นเลือดอุดตัน

  7. ผู้ที่มีภาวะลิ่มเลือดอุดตัน

  8. ผู้ที่มีภาวะเลื่อดแข็งตัวช้า

  9. ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อที่ผวหนัง

  10. ห้ามทำบริเวณช่องท้องหรือทรวงอก

ข้อควรระวัง

  1. ไม่ควรใช้บริเวณกล้ามเนื้อที่เป็นตำแหน่งของปอด

  2. หลีกเลี่ยงบริเวณกล้าเนื้อ คอ หลังใบหู

ผลข้างเคียง

ขณะที่ทำการรักษาจะมีอาการเจ็บ ตรงตำแหน่งที่มีการอักเสบ หรือ บาดเจ็บ เพื่อให้เกิดการรักษาตัวบริเวณนั้น แต่สามารถปรับพลังงานขณะยิงให้เหมาะสมได้ ให้อาการเจ็บอยู่ในระดับที่พอทนได้ หลังรักษาเสร็จอาจจะรู้สึก ล้า ระบม ได้ปกติหากระบมมากให้ประคบเย็นบริเวณนั้น 15-20 นาที ติดต่อกัน 1-2 วัน หลังจากนั้นอาการปวดจะลดลงและได้เซลล์กล้ามเนื้อใหม่ที่สมบูรณ์ขึ้น


ทำ Shock wave ที่ไหนดี ที่สรีรารักดีอย่างไร

นักกายภาพบำบัดสรีรารักจะจัดท่าและตำแหน่งที่เหมาะสมกับการรักษา จากนั้นจะมีการคลำหาจุดที่กล้ามเนื้อที่มีความตึงตัวแข็งเกร็งและกดเจ็บ ก่อนเริ่มการรักษาจะมีการตั้งค่าต่างๆ ในเครื่องและเลือกขนาดหรือชนิดวัตถุของหัวกระสุนที่ใช้ในการรักษาที่เหมาะสมกับตำแหน่งที่รักษา ขณะรักษาคลื่นจะถูกยิงไปบริเวณที่กล้ามเนื้อมีความตึงตัว ผู้ป่วยจะได้ยินเสียงคล้ายๆเสียงแรงดันลมกระแทกที่กระสุนและจะรู้สึกเจ็บตึงเล็กน้อยในบริเวณที่ยิงคลื่นกระแทก


ซึ่งต้องเป็นความรู้สึกเจ็บแบบทนได้ ไม่เจ็บมากเกินไป ไม่มีอาการแสบผิวและอาการชา แต่ละบริเวณจะใช้จำนวนนัดยิงประมาณ 500 – 1,000 นัด ในบริเวณก้อนแข็งเกร็งที่ไม่ใหญ่มาก แต่ในกรณีที่อาการปวดกล้ามเนื้อมีบริเวณกว้างและมีก้อนแข็งเกร็งหลายจุด จำนวนนัดที่ยิงอาจจะอยู่ที่ประมาณ 1,000 –5,000 นัด ส่วนจำนวนครั้งที่ควรทำการรักษาจะอยู่ที่ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อให้กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นบริเวณที่ทำการรักษามีการซ่อมแซมตัวเองในช่วงเวลาที่เหมาะสม


ข้อสรุป

การทำ Shock wave ช่วยรักษาอาการได้หลายอาการ และควรจะปรึกษานักกายภาพที่เชี่ยวชาญก่อนทำทุกครั้ง ใครกำลังจะเลือกทำกายภาพบําบัดรักษาออฟฟิศซินโดรม ปวดคอ บ่าไหล่ น้องสรีขอเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกดีๆที่พร้อมช่วยดูแลรักษาคุณอย่างตรงจุด โดยนักกายภาพบำบัดผู้เชี่ยวชาญ เพื่อคืนอิสระให้ทุกความเคลื่อนไหว หากสนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ สรีรารัก คลินิกกายภาพบำบัด หรือเบอร์ 096-515-4692 หรือ Line : @sarirarak



Featured Posts
Recent Posts
Search By Tags