กว่าจะมาเป็น “นักกายภาพบำบัด” อีกหนึ่งผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์


หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าวิชาชีพนักกายภาพบำบัด เป็นวิชาชีพที่มีความสำคัญต่อระบบสาธารณสุข และเป็นที่นิยมระดับโลก เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย ถือว่าเป็นวิชาชีพที่ก้าวขึ้นมาอยู่ในอันดับต้นๆ เพราะสามารถรักษาผู้ป่วยได้โดยไม่ต้องทานยา ไม่ต้องฉีดยา และไม่ต้องผ่าตัด แต่ในประเทศไทยยังคงขาดแคลนวิชาชีพด้านนี้อยู่มาก และผู้ป่วยเองก็ยังขาดความเข้าใจในสายวิชาชีพนี้อยู่ไม่น้อย

“กายภาพบำบัด” เป็นวิชาชีพทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการป้องกัน รักษา และจัดการเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ ที่เกิดขึ้นจากสภาพและภาวะของโรค ซึ่งสามารถเกิดขึ้นในทุกช่วงของชีวิต โดยจะนำเอาหลักฟิสิกส์มาใช้เพื่อการรักษา และความรู้เกี่ยวกับระบบโครงสร้างภายในของมนุษย์อย่างละเอียด จึงจำเป็นต้องเรียนวิชากายวิภาคศาสตร์ (Anatomy) โดยในระหว่างการศึกษาจะต้องมีการผ่าร่างอาจารย์ใหญ่เพื่อศึกษาโครงสร้างระบบประสาท กล้ามเนื้อ และกระดูก เพื่อที่จะสามารถวินิจฉัยอาการได้อย่างแม่นยำ และบำบัดผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ. 2547 ได้ให้ความหมายของวิชาชีพกายภาพบำบัดไว้ว่า "เป็นวิชาชีพที่กระทำต่อมนุษย์เกี่ยวกับการตรวจประเมิน การวินิจฉัย และการบำบัดความบกพร่องของร่างกาย ซึ่งเกิดเนื่องจากภาวะของโรคหรือการเคลื่อนไหวที่ไม่ปกติ การป้องกัน การแก้ไขและการฟื้นฟูการเสื่อมสภาพความพิการของร่างกาย รวมทั้งการส่งเสริมสุขภาพร่างกายและจิตใจ ด้วยวิธีการทางกายภาพบำบัด หรือการใช้อุปกรณ์ทางกายภาพบำบัด"

หลักสูตรการเรียนกายภาพบำบัด

หลักสูตรการศึกษาระดับปริญญาบัณฑิตในประเทศไทย ใช้เวลาศึกษา 4 ปี

คณะ/สาขาที่ต้องเรียน

  • คณะสหเวชศาสตร์ สาขาวิชากายภาพบำบัด

  • คณะเทคนิคการแพทย์ สาขาวิชากายภาพบำบัด

  • คณะกายภาพบำบัด สาขาวิชากายภาพบำบัด

  • สำนักวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ สาขาวิชากายภาพบำบัด

  • คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ สาขาวิชากายภาพบำบัด

หลักสูตรวิชาที่ต้องเรียน

  • วิชาพื้นฐาน เช่น ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา เคมีอินทรีย์

  • วิชาเฉพาะทางการแพทย์พื้นฐาน เช่น มหกายวิภาคศาสตร์ ประสาทกายวิภาคศาสตร์ สรีรวิทยา พยาธิวิทยา จิตวิทยา จริยธรรมทางการแพทย์

  • วิชาเฉพาะทางกายภาพบำบัด เช่น วิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหว การวินิจฉัยและรักษาด้วยไฟฟ้า เป็นต้น

ตลอดหลักสูตรการศึกษานักศึกษาจะต้องฝึกเพิ่มพูนความชำนาญในแต่ละขอบเขต เช่น ระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ เป็นต้น และจะต้องทำการฝึกปฏิบัติการทางคลินิกเป็นระยะเวลาสั้นๆ สลับกับการเรียนในมหาวิทยาลัยจนจบหลักสูตร

การประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัด

ภายหลังจากจบหลักสูตรแล้ว นักศึกษาจะต้องผ่านการสอบประเมินเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัดต่อสภากายภาพบำบัดแห่งประเทศไทย จึงจะมีสิทธิเข้าทำการให้การรักษา หรือฟื้นฟูต่อผู้ป่วยด้วยวิธีทางกายภาพบำบัด และสามารถใช้คำนำหน้าชื่อ กภ. ในการปฏิบัติงานได้ และจะนักกายภาพบำบัดจะต้องมีการต่อใบประกอบวิชาชีพทุกๆ 5 ปี และต้องมีการศึกษาหาความรู้อย่างต่อเนื่อง โดยการเข้าอบรม เก็บคะแนน เนื่องจากวิทยาการทางการแพทย์มีการพัฒนามากขึ้นอยู่ตลอดเวลา

แหล่งข้อมูลจาก : สมาคมกายภาพบำบัดแห่งประเทศไทย

https://th.wikipedia.org

http://www.admissionpremium.com

Featured Posts
Recent Posts
Search By Tags
  • Facebook Social Icon
  • Line
สรีรารัก คลินิกกายภาพบำบัด

77/6  หมู่ที่ 1  ซ. แจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 47

ถ. แจ้งวัฒนะ ต. คลองเกลือ อ. ปากเกร็ด

จ. นนทบุรี 11120

โทร: 096-515-4692

Email : sarirarak@gmail.com

Line id : @sarirarak

แผนที่
ติดต่อ-นัดหมาย

Copyright © 2016 Sarirarak Co.,.Ltd.